รัฐบาลสั่งเข้มคัดกรองโรคอีโบลา นักเดินทางจากพื้นที่เสี่ยงมีผล 21 พ.ค.
รัฐบาลได้มีคำสั่งการอย่างชัดเจนไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ยกระดับการคัดกรองโรคติดต่ออันตรายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักเดินทางที่มาจากพื้นที่เสี่ยง อันเนื่องมาจากการประกาศของราชกิจจานุเบกษา ล่าสุดได้ระบุให้สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และประเทศยูกันดา เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายประเภทโรคอีโบลา โดยมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม เป็นต้นไป

นางสาวลลิดา ผู้แทนรัฐบาล ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่า หน่วยงานด้านสาธารณสุขและด่านตรวจคนเข้าเมืองต้องพร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสอันตรายดังกล่าวเข้าสู่ภายในประเทศ มาตรการนี้ครอบคลุมถึงการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย การตรวจสอบประวัติการเดินทาง และการซักถามอาการเบื้องต้นสำหรับผู้โดยสารขาเข้าจากพื้นที่เสี่ยงทุกช่องทาง ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ
การประกาศเขตติดโรคติดต่ออันตรายครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักของรัฐบาลในการเฝ้าระวังสถานการณ์โรคระบาดในระดับนานาชาติ ซึ่งโรคอีโบลามีความรุนแรงและสามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ การกำหนดมาตรการคัดกรองที่เข้มข้นในจุดเข้าออกประเทศ จึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเกราะป้องกันทางสุขภาพให้กับประชาชนทั่วไป เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดภายในประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุข

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่วางแผนจะเดินทางไปยังประเทศคองโก หรือยูกันดา จำเป็นต้องติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานราชการ รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด หากมีอาการสงสัยว่าสัมผัสกับเชื้อโรคควรรีบพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการเดินทาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที การให้ความรู้ที่ถูกต้องจะช่วยให้ประชาชนมีความมั่นใจในการเดินทางมากขึ้น
มาตรการยกระดับการคัดกรองนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความเคลื่อนไหวทางการค้าหรือการท่องเที่ยวในภาพรวม แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนทางสาธารณสุขเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนคนไทย รัฐบาลยืนยันว่าจะประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีระบบและโปร่งใส พร้อมเปิดช่องทางรับแจ้งเหตุหรือข้อร้องเรียนหากพบความผิดปกติในการปฏิบัติหน้าที่
การเฝ้าระวังโรคระบาดเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไป การตื่นตัวและความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยในการเดินทางระหว่างประเทศได้ดียิ่งขึ้น รัฐบาลจึงขอเชิญชวนให้ผู้เกี่ยวข้องติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานสาธารณสุขอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลา
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเถอะ!