เมนูชาวเน็ต

เข้าถึงทุกส่วนของเว็บได้ใน 1 แตะ

รัฐบาลไฟเขียวแผนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย–ฝรั่งเศส 3 ปี ดันพลังงานสะอาด
ข่าวเด่น ข่าว 20 พ.ค. 2026, 03:10 · อ่าน 1 นาที · 2 ครั้ง

รัฐบาลไฟเขียวแผนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย–ฝรั่งเศส 3 ปี ดันพลังงานสะอาด

รัฐบาลไทยเดินหน้าสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างแข็งขัน โดยล่าสุดได้มีมติเห็นชอบแผนการดำเนินงานร่วมระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ในรูปแบบของหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระยะสามปี ซึ่งจะเป็นการยกระดับความร่วมมือในหลายมิติเพื่อผลประโยชน์ของชาติและประชาชน

แผนดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลาการดำเนินงานครอบคลุมช่วงปี พ.ศ. 2569 ถึง 2571 โดยกำหนดให้มีการประชุมระดับสูงและพิธีลงนามสำคัญ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสทองในการเจรจาข้อตกลงทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ เพื่อขยายกรอบความร่วมมือให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

จุดเน้นหลักของความร่วมมือครั้งนี้ครอบคลุมด้านพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นวาระสำคัญระดับโลกที่ทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายร่วมกันในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีพลังงานทดแทนมายังประเทศไทย เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของประเทศ

นอกจากนี้ยังมีการผลักดันด้านซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ของไทย ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นในยุโรป โดยเฉพาะการส่งออกวัฒนธรรม อาหาร และสินค้าสร้างสรรค์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทวีปยุโรป ครอบคลุมถึงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ดนตรี และแฟชั่น ที่ไทยมีศักยภาพในการแข่งขันสูง

ในบริบทความสัมพันธ์ระหว่างประเทศปัจจุบัน ที่มีการแข่งขันทางเศรษฐกิจสูง การมีแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนจะช่วยให้ไทยสามารถต่อรองและดึงผลประโยชน์สูงสุดจากภาคีต่างประเทศได้ กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมในทุกด้าน เพื่อให้การลงนามเป็นไปอย่างราบรื่นและเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม

ความร่วมมือนี้คาดว่าจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ประเทศไทยในเวทีโลก และเปิดโอกาสให้นักลงทุนจากฝรั่งเศสเข้ามามีบทบาทในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนไทยในการขยายตลาดสู่ภูมิภาคยุโรป และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจในระยะยาว

การดำเนินการตามแผนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ครั้งนี้ จะสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตที่แน่นแฟ้น และยั่งยืน พร้อมเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานการพัฒนาประเทศสู่ความยั่งยืนตามแนวทางสากล

❤ ถูกใจ (0)

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเถอะ!