สมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หนีกลับไทยไม่รอด ถูกจับกุมสวมบทพันโทขู่เหยื่อ
เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถปฏิบัติการจับกุมตัวผู้ต้องหาซึ่งเป็นสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้สำเร็จ หลังหลบหนีกลับเข้ามากบดานภายในประเทศ ผู้ต้องหาเคยสวมบทเป็นระดับชั้นยศทางทหารเพื่อข่มขู่เหยื่อให้โอนเงินเข้าบัญชี โดยคดีนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น

จากการเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้น ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงประชาชนและกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สืบเนื่องจากการสืบสวนสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหามีพฤติกรรมหลบหนีออกนอกประเทศไปพักอาศัยยังประเทศกัมพูชา ก่อนที่จะวางแผนเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยเพื่อเตรียมตัวหลบหนีอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะสามารถดำเนินการตามแผนได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าควบคุมตัวไว้ได้ทันที่จุดตรวจ โดยไม่พบการหลบหนีออกไปอีก
ผู้ต้องหามาสารภาพว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กองร้อยปอยเปต ซึ่งมีการดำเนินการเชื่อมโยงระหว่างไทยและกัมพูชา โดยผู้ต้องหาเคยสวมบทเป็นพันโทในการติดต่อสื่อสารผ่านระบบวิดีโอคอล เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเหยื่อ จากนั้นใช้คำข่มขู่ทางจิตวิทยาจนเหยื่อเกิดความกลัวและยินยอมโอนเงินให้ การกระทำดังกล่าวเป็นการหลอกลวงโดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชน และถือเป็นความผิดร้ายแรงที่กฎหมายต้องดำเนินการลงโทษ

เจ้าหน้าที่ตำรวจเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการรับสายจากหมายเลขที่ไม่รู้จัก หรือการติดต่อที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ทหาร หรือตำรวจ หากมีการข่มขู่ให้โอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวควรรีบติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที การมีสติและตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจโอนเงินจะช่วยลดความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้
คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ที่ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจึงยังคงมุ่งมั่นในการปราบปรามผู้กระทำความผิดทุกกลุ่มอย่างจริงจัง เพื่อให้สังคมไทยปลอดภัยจากการหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์

ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเถอะ!