คลังยืนยันกู้ 4 แสนล้านไม่กระทบเพดานหนี้ ใช้โมเดลโควิดคัดเลือกโครงการ
กระทรวงการคลังย้ำแผนการกู้เงิน 4 แสนล้านบาทเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จะไม่ส่งผลให้ต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะ หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ตั้งคณะกรรมการคัดเลือกโครงการภายใต้วงเงินดังกล่าว โดยใช้โมเดลเดียวกับช่วงการระบาดของโควิด-19

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การกู้เงินครั้งนี้จะอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่มีอยู่ โดยไม่จำเป็นต้องปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะที่ระดับ 60% ของ GDP เนื่องจากรายได้ของรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นจะช่วยรองรับภาระหนี้ได้ ทั้งนี้ หนี้สาธารณะปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 62% ของ GDP ซึ่งสูงกว่าเพดานเล็กน้อย แต่เป็นผลจากมาตรการช่วยเหลือโควิดที่ผ่านมา
สำหรับกลไกการคัดเลือกโครงการ กระทรวงการคลังจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา โดยให้ความสำคัญกับโครงการที่มีความพร้อมและสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว คล้ายกับโมเดลที่ใช้ในพระราชกำหนดกู้เงิน 1 ล้านล้านบาทช่วงโควิด ซึ่งเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณสุข และการช่วยเหลือประชาชน

ขณะที่ผลการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2568 (ตุลาคม 2567 - มีนาคม 2568) อยู่ที่ 1.24 ล้านล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายเล็กน้อย ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้รัฐบาลสามารถเดินหน้ากู้เงินโดยไม่กระทบฐานะการคลัง
ทั้งนี้ การกู้เงิน 4 แสนล้านบาทเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะต่อไป โดยรัฐบาลจะเร่งรัดการเบิกจ่ายให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเถอะ!