ซีพีเปิดแอสเซนด์แบงก์ไร้สาขา สิ้นมิ.ย.69 จับมือ NTT ญี่ปุ่นปั้นแพลตฟอร์ม Amaze
เศรษฐกิจ ข่าว 25 เม.ย. 2026, 00:41 · อ่าน 1 นาที · 0 ครั้ง

ซีพีเปิดแอสเซนด์แบงก์ไร้สาขา สิ้นมิ.ย.69 จับมือ NTT ญี่ปุ่นปั้นแพลตฟอร์ม Amaze

การเปิดตัวธนาคารดิจิทัลแห่งใหม่ในไทยกำลังสร้างความตื่นตัวในแวดวงธุรกิจและนักลงทุน เมื่อกลุ่มซีพีเคาะแผนเปิด "แอสเซนด์แบงก์" ซึ่งจะเป็นธนาคารไร้สาขาเต็มรูปแบบ โดยมีกำหนดการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการภายในสิ้นเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569 ข่าวการเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นพัฒนาการสำคัญที่สะท้อนถึงทิศทางของระบบการเงินไทยที่กำลังมุ่งหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลอย่างเต็มตัว

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสอดคล้องกับกรอบเวลา ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ภายหลังการอนุมัติใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารดิจิทัล โดยความพิเศษของแอสเซนด์แบงก์ไม่ได้อยู่เพียงแค่การให้บริการทางการเงินผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น แต่ยังเป็นการร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับบริษัทเอ็นทีที (NTT) จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วน 20% การจับมือครั้งนี้เชื่อว่าจะนำมาซึ่งเทคโนโลยีชั้นสูงและการเชื่อมต่อเครือข่ายระดับโลก ที่สามารถรองรับธุรกรรมข้ามพรมแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การที่เอ็นทีทีซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคมจากญี่ปุ่น เข้ามาถือหุ้นในสัดส่วนที่ชัดเจน แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในศักยภาพของแพลตฟอร์มที่กลุ่มซีพีกำลังก่อสร้าง ความร่วมมือนี้จะช่วยยกระดับความปลอดภัยของระบบไซเบอร์และการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจธนาคารในยุคปัจจุบัน

ในส่วนของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ กลุ่มซีพีกำลังเร่งปั้นแพลตฟอร์ม "Amaze" ให้ก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ การผสานศักยภาพของธนาคารดิจิทัลเข้ากับระบบการค้าออนไลน์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่เน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลแบบครบวงจร ผู้บริหารอย่างศุภชัย เล็งเห็นโอกาสในการขยายตลาดข้ามพรมแดน เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปและการค้าขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ทวีความสำคัญมากขึ้น

การเกิดขึ้นของแอสเซนด์แบงก์และแพลตฟอร์ม Amaze จะส่งผลต่อระบบนิเวศทางการเงินและการค้าในภูมิภาค การแข่งขันในตลาดธนาคารดิจิทัลจะร้อนแรงยิ่งขึ้นเมื่อมีผู้เล่นรายใหญ่ที่มีทุนและพันธมิตรระหว่างประเทศเข้ามาร่วมวง นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าส่วนบุคคลแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนและบริการทางการเงินได้ง่ายขึ้นโดยไม่ติดขัดเรื่องเอกสารหรือการเดินทาง

นอกจากนี้ การพัฒนาแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์แบบไร้ขอบเขตจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการส่งออกสินค้าและบริการของไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้รายละเอียดการดำเนินงานบางส่วนยังคงอยู่ระหว่างการศึกษาและเตรียมความพร้อม แต่ทิศทางที่ชัดเจนสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มซีพีมุ่งมั่นลงทุนในเทคโนโลยีเพื่ออนาคต การจับมือกับเอ็นทีทีและธนาคารแห่งประเทศไทยจะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลใหม่ในไทย

❤ ถูกใจ (0)

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเถอะ!