เมนูชาวเน็ต

เข้าถึงทุกส่วนของเว็บได้ใน 1 แตะ

อนุทิน แจงหารือทีมเศรษฐกิจ วางกรอบ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน ยังไม่ระบุจำนวนแน่ชัด
ข่าวเด่น ข่าว 30 เม.ย. 2026, 10:54 · อ่าน 1 นาที · 1 ครั้ง

อนุทิน แจงหารือทีมเศรษฐกิจ วางกรอบ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน ยังไม่ระบุจำนวนแน่ชัด

การดำเนินงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ประชาชนและนักลงทุนให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับวงเงินกู้ฉุกเฉินจำนวน 500,000 ล้านบาท เพื่อรองรับความจำเป็นในการพัฒนาประเทศและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ นายอนุทินเปิดเผยว่า ทีมบริหารประเทศได้จัดประชุมหารือร่วมกับทีมเศรษฐกิจระดับสูง เพื่อวางกรอบหลักในการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน โดยมีการร่วมพิจารณาความเหมาะสมกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ประเด็นสำคัญที่ได้หารือคือการทำอย่างไรให้กฎหมายมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการงบประมาณ การกำหนดวงเงินกู้ 500,000 ล้านบาทถือเป็นเพียงการตั้งกรอบกฎหมายไว้ล่วงหน้า เพื่อให้อำนาจในการกู้เงินมีผลบังคับใช้เมื่อเกิดความจำเป็น นายอนุทินย้ำว่า การมีกรอบกฎหมายไม่หมายความว่าต้องใช้เงินจำนวนดังกล่าวทั้งหมดทันที รัฐบาลจะประเมินสถานการณ์และความจำเป็นในการใช้จ่ายในแต่ละช่วงเวลาว่าจะต้องใช้เงินเท่าใดก่อน จึงจะดำเนินการเบิกจ่ายตามกรอบที่กำหนดไว้

การมีส่วนร่วมของธนาคารแห่งประเทศไทยในการกำหนดกรอบกฎหมายนี้มีความสำคัญต่อการสร้างความมั่นใจในเสถียรภาพของระบบการเงิน การควบคุมการใช้จ่ายเงินกู้จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบที่เข้มงวด เพื่อป้องกันการทุจริตและมั่นใจว่าเงินจะถูกนำไปใช้ประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ การหารือร่วมกับหน่วยงานหลักทางเศรษฐกิจจึงเป็นขั้นตอนที่จำเป็นในการสร้างความสมดุลระหว่างอำนาจในการบริหารงานและความรับผิดชอบทางการเงิน รัฐบาลเน้นย้ำว่าทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามระเบียบกฎหมายและหลักธรรมาภิบาล

การประกาศแนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงความระมัดระวังของรัฐบาลในการจัดสรรงบประมาณและหนี้สาธารณะ ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนและความเชื่อมั่นของตลาดการเงินในภาพรวม มาตรการกู้เงินฉุกเฉินมักถูกนำมาใช้เพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤตหรือความต้องการเร่งด่วนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเยียวยาประชาชน ดังนั้นการมีกรอบกฎหมายที่ชัดเจนแต่ยืดหยุ่นในการใช้งบประมาณ จะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการได้ทันท่วงทีตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ประชาชนและภาคธุรกิจยังคงรอติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมว่าเม็ดเงินจะถูกนำไปใช้ในโครงการใดบ้าง และมีแผนการชำระคืนอย่างไรในอนาคต รัฐบาลคาดว่าจะสามารถสรุปรายละเอียดขั้นตอนต่อไปได้ภายในระยะเวลาอันสั้น เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้เตรียมความพร้อม กระบวนการนี้สำคัญต่อการสร้างความโปร่งใสและการตรวจสอบได้ของหน่วยงานรัฐ เพื่อรักษาความไว้เนื้อเชื่อใจของสังคมต่อการบริหารจัดการเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

❤ ถูกใจ (0)

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเถอะ!