เมนูชาวเน็ต

เข้าถึงทุกส่วนของเว็บได้ใน 1 แตะ

1 ต.ค. 2569 นี้ สธ. ปรับโครงสร้างค่าจ้างใหม่ รองรับลูกจ้างรายวัน 9.3 หมื่นอัตรา
สังคม ข่าว 9 มิ.ย. 2026, 02:08 · อ่าน 1 นาที · 0 ครั้ง

1 ต.ค. 2569 นี้ สธ. ปรับโครงสร้างค่าจ้างใหม่ รองรับลูกจ้างรายวัน 9.3 หมื่นอัตรา

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมประกาศนโยบายสำคัญในการปรับโครงสร้างค่าจ้างสำหรับบุคลากรภายในหน่วยงาน โดยกำหนดให้มีผลบังคับใช้ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป การปรับเปลี่ยนดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่กลุ่มพนักงานกระทรวงสาธารณสุขและลูกจ้างรายเดือนเป็นหลัก ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของบุคลากรทางการแพทย์และสนับสนุนการทำงานภายใต้ระบบราชการที่มั่นคงยิ่งขึ้น

แผนงานดังกล่าวระบุชัดเจนว่ากระทรวงฯ กำลังดำเนินการขอกรอบอัตรากำลังเพิ่มเติมประมาณ 93,000 อัตรา เพื่อรองรับการปรับสถานะของลูกจ้างรายวันให้เป็นลูกจ้างรายเดือนในสัดส่วนที่เหมาะสม ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาด้านสวัสดิการที่สะสมมาอย่างยาวนาน การปรับโครงสร้างนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่มเงินเดือน แต่รวมถึงการกำหนดมาตรฐานความก้าวหน้าในสายอาชีพที่ชัดเจน เพื่อให้บุคลากรมีขวัญและกำลังใจในการทำงานอย่างต่อเนื่อง

การขอเพิ่มกรอบอัตรากำลังจำนวนมากดังกล่าว สะท้อนถึงความตั้งใจของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างพนักงานประจำกับลูกจ้างชั่วคราว การเปลี่ยนสถานะจากลูกจ้างรายวันเป็นรายเดือนจะส่งผลให้บุคลากรมีความมั่นคงในการทำงานมากขึ้น สามารถวางแผนชีวิตและครอบครัวได้อย่างมีเสถียรภาพ รวมถึงลดปัญหาความขาดแคลนบุคลากรในเขตพื้นที่ห่างไกลที่มักเป็นปัญหาเรื้อรังของระบบสาธารณสุขไทย

สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ได้แก่ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข สถานีอนามัย และหน่วยงานด้านสุขภาพทั่วประเทศ การปรับโครงสร้างค่าจ้างใหม่จะส่งผลให้เกิดการกระจายทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นธรรมมากขึ้น โดยเน้นการวัดผลงานและคุณสมบัติทางวิชาการเป็นหลัก แทนที่จะขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ้างงานเพียงอย่างเดียว ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการปฏิรูประบบราชการที่ต้องการเน้นประสิทธิภาพและคุณภาพการบริการประชาชน

ในส่วนของรายละเอียดทางเทคนิคของการประกาศใช้ ทางกระทรวงฯ จะมีการประสานงานกับกรมบัญชีกลางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อศึกษาความเหมาะสมของงบประมาณและระเบียบการจ่ายค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนการดำเนินการจริง การเปลี่ยนแปลงนี้คาดว่าจะสร้างแรงกระเพื่อมในวงกว้างต่อระบบการบริหารจัดการบุคลากรภาครัฐ โดยเฉพาะในภาคบริการสาธารณะที่จำเป็นต้องพึ่งพาความมั่นคงของกำลังคนในการรักษาสุขภาพของประชาชน

การเตรียมแผนล่วงหน้าเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบสาธารณสุขระยะยาว แม้จะต้องอาศัยเวลาในการดำเนินการจนกว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2569 แต่การเริ่มต้นวางแผนตั้งแต่ปัจจุบันจะช่วยให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชนในขณะเดียวกัน การปรับปรุงค่าจ้างและโครงสร้างอัตรากำลังถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญต่อการรักษาบุคลากรคุณภาพไว้ในระบบสาธารณะ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ทางสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคต

❤ ถูกใจ (0)

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเถอะ!