เมนูชาวเน็ต

เข้าถึงทุกส่วนของเว็บได้ใน 1 แตะ

ระทึกกลางดึก อส.ตากใบ ซุ่มยิงรอดตาย เจ็บไม่หนัก พ่อเคยถูกลอบยิงเสียชีวิต
สังคม ข่าว 8 มิ.ย. 2026, 06:09 · อ่าน 1 นาที · 1 ครั้ง

ระทึกกลางดึก อส.ตากใบ ซุ่มยิงรอดตาย เจ็บไม่หนัก พ่อเคยถูกลอบยิงเสียชีวิต

เหตุการณ์ความผิดปกติเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา สร้างความตระหนกไปทั่วทั้งชุมชน เมื่อมีรายงานการลอบทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อส.) รายหนึ่ง โดยผู้ก่อเหตุได้ใช้วิธีการซุ่มยิงแต่สามารถหลบหนีไปได้ก่อนที่เจ้าหน้าที่เข้าไปถึงที่เกิดเหตุ โชคดีที่ผู้เสียหายไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและรอดชีวิตออกมาได้อย่างหวุดหวิด ท่ามกลางความสับสนและเสียงปืนที่ยังดังก้องอยู่ในความมืด

ผู้สื่อข่าวได้รับทราบรายละเอียดเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์นี้มีความเชื่อมโยงกับความสูญเสียในอดีตของครอบครัวผู้เสียหาย โดยก่อนหน้านี้พ่อของเจ้าหน้าที่ผู้ถูกยิง ซึ่งเป็นสมาชิกกองกำลังสำรอง (ชรบ.) เคยถูกลอบยิงเสียชีวิตมาแล้ว ทำให้เกิดคำถามและความกังวลใจในวงกว้างเกี่ยวกับความปลอดภัยของบุคลากรในชุดปฏิบัติการป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อและลูกที่ถูกเลือกเป้าหมายซ้ำๆ ย่อมส่งผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรงต่อครอบครัวนี้

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ยืนยันว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเบื้องต้นยังไม่สามารถระบุกลุ่มบุคคลที่สงสัยหรือแรงจูงใจที่แน่ชัดได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางที่ผู้ก่อเหตุอาจใช้หลบหนี

กรณีดังกล่าวตอกย้ำถึงความท้าทายด้านความมั่นคงที่ยังคงมีอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้ว่าจะมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด แต่การโจมตีที่เกิดขึ้นในลักษณะซุ่มยิงยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ การถูกกล่าวหาว่ามีการกระทำผิดในลักษณะนี้ สะท้อนถึงความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่รัฐต้องเผชิญทุกวันในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง

ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อาสาสมัครและหน่วยความมั่นคงถือเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญ การเกิดขึ้นของเหตุการณ์ซ้ำๆ ในลักษณะเดียวกัน อาจส่งผลต่อขวัญและกำลังใจของบุคลากรที่เสี่ยงชีวิตเพื่อประเทศชาติ จึงจำเป็นต้องมีการเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนให้รวดเร็วและโปร่งใส เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม

ปัจจุบันผู้เสียหายได้รับการดูแลทางการแพทย์และอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด ส่วนทีมสืบสวนยังคงลงพื้นที่เพื่อสอบถามพยานและติดตามเบาะแสเพิ่มเติม โดยหวังว่าจะสามารถคลี่คลายคดีนี้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต และเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่รู้สึกปลอดภัยจากการกระทำที่มุ่งทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ

❤ ถูกใจ (0)

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเถอะ!