เมนูชาวเน็ต

เข้าถึงทุกส่วนของเว็บได้ใน 1 แตะ

"มานะ" จี้สังคายนากฎหมายซ้ำซ้อน ต้นเหตุเอื้อทุจริต ปราบโกงไม่สำเร็จ
ข่าวเด่น ข่าว 22 พ.ค. 2026, 08:40 · อ่าน 1 นาที · 2 ครั้ง

"มานะ" จี้สังคายนากฎหมายซ้ำซ้อน ต้นเหตุเอื้อทุจริต ปราบโกงไม่สำเร็จ

ในวาระที่รัฐบาลได้ประกาศนโยบายเข้มข้นในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจังนั้น ได้เกิดการวิเคราะห์และประเมินผลจากภาคประชาชนและผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมาภิบาลอย่างต่อเนื่อง มานะ ระบุมุมมองที่สำคัญว่า การสั่งการจากฝ่ายบริหารอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ความสำเร็จที่แท้จริงนั้นยังต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ลึกซึ้งกว่านั้น การดำเนินการทางรัฐศาสตร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอหากไม่มีการปรับแก้ระบบกฎหมายพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง

โดยระบุว่า แม้การดำเนินงานของนายกรัฐมนตรีจะเป็นเรื่องดีที่ควรสนับสนุน แต่ความหวังว่าจะสำเร็จอย่างยั่งยืนนั้นยังขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร มานะ ได้ตั้งคำถามถึงความพร้อมในการแก้ไขปัญหารากเหง้า ซึ่งเขามองว่า กฎหมายจำนวนมากในปัจจุบันมีความซ้ำซ้อนและล้าสมัย สิ่งเหล่านี้กลายเป็นช่องโหว่ที่เอื้อให้เกิดการทุจริตได้ง่าย การบังคับใช้กฎหมายที่มีข้อขัดแย้งหรือทับซ้อนกัน ทำให้กระบวนการตรวจสอบมีความซับซ้อนและอาจถูกตีความในทางที่ผิดได้ ความไม่ชัดเจนในบทบัญญัติบางมาตราอาจถูกนำมาใช้เพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบหรือสร้างเงื่อนไขให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์

นอกจากนี้ มานะ ยังได้เรียกร้องให้ประชาชนทั่วไปอย่าละเลยหน้าที่ในการตรวจสอบ ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกัน และที่สำคัญที่สุดคืออย่าปล่อยให้มีอาการแผ่วลงเมื่อกระแสการต่อต้านการทุจริตเริ่มคลี่คลาย ความต่อเนื่องคือกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง หากประชาชนขาดความตื่นตัว มาตรการปราบปรามอาจกลายเป็นเพียงวาระชั่วคราวที่จบลงไปตามเวลา การมีส่วนร่วมของสังคมพลเมืองถือเป็นแรงกดดันเชิงบวกที่ช่วยให้กลไกตรวจสอบของรัฐทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้นในการตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

ผลกระทบจากการไม่แก้ไขกฎหมายซ้ำซ้อนนั้นชัดเจนในทางปฏิบัติ เพราะระบบราชการที่ยุ่งยากมักเป็นปัจจัยเสริมให้เกิดการคอร์รัปชันโดยปริยาย การสังคายนากฎหมายจึงไม่ใช่เพียงเรื่องทางเทคนิค แต่เป็นเรื่องของการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนต่อระบบยุติธรรม หากกฎหมายถูกปรับปรุงให้มีความชัดเจนและครอบคลุม จะช่วยลดภาระความรับผิดของเจ้าหน้าที่และลดโอกาสในการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนเกิน การลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นจะทำให้การบริการประชาชนดีขึ้นและลดพื้นที่สำหรับการทุจริตด้วยอย่างมีนัยสำคัญ

ความท้าทายต่อไปจึงอยู่ที่รัฐบาลจะนำข้อเสนอแนะนี้ไปปฏิบัติได้มากน้อยเพียงใด การปราบปรามต้องควบคู่ไปกับการปฏิรูปกฎหมาย มิเช่นนั้นความพยายามในการทำความสะอาดสังคมอาจไม่สัมฤทธิผลเท่าที่ควร ประชาชนยังคงเฝ้าติดตามการดำเนินงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่านโยบายปราบโกงนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอย่างแท้จริงหรือไม่ การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันจึงไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของวัฒนธรรมองค์กรและจิตสำนึกของสังคมโดยรวมที่ต้องช่วยกันสร้าง

❤ ถูกใจ (0)

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเถอะ!